เดลล์ รุกเปิดโซลูชันเกตเวย์ใหม่ เน้นช่วยลูกค้าเอเชียแปซิฟิกพัฒนาอินเทอร์เน็ต


เดลล์ รุกเปิดโซลูชันเกตเวย์ใหม่ เน้นช่วยลูกค้าเอเชียแปซิฟิกพัฒนาอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT)

เดลล์ รุกเปิดโซลูชันเกตเวย์ใหม่ เน้นช่วยลูกค้าเอเชียแปซิฟิกพัฒนาอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT)

• เดลล์เปิดตัวโซลูชัน IoT Gateway หลังการตั้งแผนกผลิตภัณฑ์ IoT ใหม่ในระดับโลก
• เดลล์มุ่งมั่นเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งในส่วนเทคโนโลยีปฏิบัติการ และเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านพันธมิตร
• Gateways คือส่วนเติมเต็มสำคัญสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรในส่วนสินทรัพย์ IoT ของเดลล์ และยังมอบทางเลือกให้กับลูกค้าในการสร้างสมดุลย์ให้กับโมเดลของดาต้า เซ็นเตอร์ และคลาวด์ที่ล้ำสมัย

เดลล์ประกาศเปิดตัว IoT Gateway ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถริเริ่มโครงการพัฒนาโซลูชัน IoT ของตัวเองได้ โดยการเปิดตัวนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการตั้ง แผนกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ได้หลอมรวมผลิตภัณฑ์ด้าน IoT แบบครบวงจรที่ได้เปิดตัวในงาน Dell Annual Analyst Conference ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัสไปเมื่อเร็วๆ นี้ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำพันธสัญญาของเดลล์ในการช่วยให้ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้รับประโยชน์จากโอกาสทางการตลาดในระบบนิเวศด้าน IoT ในฐานะที่เดลล์เป็นผู้นำเสนอนวัตกรรมให้กับตลาดมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ Dell IoT Gateway คือโซลูชัน gateway แรกในหลายโซลูชันที่เดลล์เปิดตัวมาเพื่อตอบสนองความต้องการตลาดในการพัฒนา IoT โดยลูกค้าที่ลงทุนไปกับโครงการนำร่องต่างๆ จะมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน รวมถึงความยืดหยุ่นในการพัฒนาแอพพลิเคชัน IoT ที่รองรับการใช้ระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย รวมถึง Wind River Linux, Ubuntu และ Microsoft Windows IoT โซลูชัน Dell Gateway ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่พร้อมสำหรับอนาคต และสามารถปรับขยายตามการเติบโตของธุรกิจได้ เนื่องจากเป็นสถาปัตยกรรมระบบเปิด ที่ล้ำสมัยและให้ความยืดหยุ่น บนมาตรฐานอุตสาหกรรม ยิ่งกว่านั้น ยังสามารถปรับขยาย และเติบโตไปพร้อมๆ กับระบบนิเวศด้าน IoT ของลูกค้าได้

“เนื่องจากมีลูกค้าทั้งในระดับผู้บริโภค และภาคการพาณิชย์นำ IoT มาใช้งานกันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราเห็นว่าองค์กรขนาดใหญ่กำลังมองหาเครื่องมือที่มาช่วยในการโปรแกรม จัดทำข้อมูล และทดสอบแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์สำหรับผลิตภัณฑ์ IoT ทั้งนี้ โซลูชันเกตเวย์ใหม่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับทั้งพันธมิตร และลูกค้าของเราในการทำสิ่งต่างบนสภาพแวดล้อม IoT ได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการเติบโตอย่างเต็มที่ของตลาด IoT ในภูมิภาคแอเชียแปซิฟิก เดลล์ ยังคงมุ่งมั่นในการเพิ่มศักยภาพให้กับตลาดที่เติบโตดังกล่าว พร้อมๆ กับการวางแผนเพื่อให้แอพพลิเคชันใช้งานได้จริงสำหรับการทำงานไม่ว่าจะนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน หรือในขณะเดินทางอยู่ก็ตาม” เกลน เบอโรว์ รองประธานภาค เดลล์ โออีเอ็ม โซลูชัน ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น กล่าว

เกตเวย์ใหม่นี้คือส่วนประกอบสำคัญของกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านซอฟต์แวร์เพื่อช่วยการทำงาน IoT การให้บริการ รวมถึงโซลูชันฮาร์ดแวร์ของเดลล์ และยังประสบความสำเร็จในการนำร่องแอพพลิเคชันระบบออโตเมชันสำหรับการควบคุมอาคาร เกตเวย์ใหม่ของเดลล์ มาพร้อมกับพลังในการประมวลผล และถือเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับโซลูชันในยุค IoT ที่ช่วยให้ตัดสินใจและดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้เร็วขึ้น จากการมีระบบวิเคราะห์ข้อมูล การคงไว้ซึ่งแบนวิดธ์ที่ทรงคุณค่าของเครือข่ายด้วยการส่งเฉพาะข้อมูลที่มีความสำคัญกลับไปยังคลาวด์ ด้วยโซลูชัน IoT Gateway ของเดลล์ ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากภาพรวมเรื่องความสามารถด้านการวิเคราะห์ที่รายรอบตัวเกตเวย์ และคลาวด์ เพื่อนำไปสู่การดำเนินการในเรื่องของการวิเคราะห์

ความได้เปรียบของเดลล์ โออีเอ็ม

เมื่อผสานเข้ากับสายผลิตภัณฑ์ใหม่ของเกตเวย์ และการเติบโตในด้านพันธมิตรในกลุ่มผู้วางระบบ และผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ เดลล์คือพันธมิตรที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการพัฒนาโซลูชันด้าน IoT ที่สอดคล้องกับความต้องการทั้งในส่วนของเทคโนโลยีปฏิบัติการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

เมื่อผสานสายผลิตภัณฑ์ของเดลล์เข้ากับระบบนิเวศด้านพันธมิตรที่สมบูรณ์ ความรอบรู้และเชี่ยวชาญเชิงลึกเฉพาะด้านในแต่ละอุตสาหกรรม และการประสานความร่วมมือ จึงช่วยให้เดลล์สามารถนำเสนอโซลูชันครบวงจรได้ และด้วยความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานในสายธุรกิจโทรคมนาคม การดูแลสุขภาพ และระบบออโตเมชั่นในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เดลล์ โออีเอ็มมองเห็นโอกาสที่จะช่วยลูกค้าในภาคธุรกิจเหล่านี้ ผสานรวมระบบไอทีเข้ากับเทคโนโลยีในส่วนปฏิบัติการเพื่อสร้างความสำเร็จ ให้กับสภาพแวดล้อมการทำงานด้าน IoT และจากการที่มีประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างประเทศสิงคโปร์ลงทุนเรื่องของสมาร์ทซิตี้ กันมากยิ่งขึ้น เดลล์ โออีเอ็ม จึงเห็นว่าภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่หลักในการทดสอบนวัตกรรมเหล่านี้ได้ดีที่สุด

ธุรกิจเดลล์ โออีเอ็มเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น มีลูกค้าที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากกว่า 900 ราย ที่สำคัญ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของเดลล์ โออีเอ็มทั่วโลกยังมาจากภูมิภาคนี้ซึ่งมีการเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมานี้ ทั้งนี้ เดลล์ โออีเอ็มได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่นโดยมีสำนักงานอยู่ใน 18 ประเทศ อีกทั้งยังมีการขยายระบบนิเวศด้านพันธมิตรช่องทางจำหน่ายในรูปโออีเอ็มอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากเดลล์ โออีเอ็ม มุ่งเน้นขยายธุรกิจในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น จึงได้มีการตั้งส่วนงานปฏิบัติการขึ้นประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อมองหาโอกาสในการในการสร้างความแข็งแกร่งสำหรับโซลูชัน IoT ให้เป็นที่รับรู้ในตลาดที่น่าตื่นเต้นนี้

หมวดหมู่ข่าวทั้งหมด