ไอบีเอ็มปูพื้นฐานเด็กไทยมีใจรักการพัฒนานวัตกรรม


ไอบีเอ็มปูพื้นฐานเด็กไทยมีใจรักการพัฒนานวัตกรรม

ไอบีเอ็มปูพื้นฐานเด็กไทยมีใจรักการพัฒนานวัตกรรม
จับมือ คีนัน และ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดโครงการ “Thai Teacher TryScience”

บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จํากัด ร่วมกับ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย และสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวโครงการ “Thai Teachers TryScience” ศูนย์รวมทรัพยากรการสอนดิจิทัลที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสะเต็ม (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวะกรรม และคณิตศาสตร์) เพื่อสนับสนุนศักยภาพการสอนของครูไทยในการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเกิดความรักและความสนใจในการริเริ่มนวัตกรรม อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศตามแนวนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม (Innovation – Driven)

“ไอบีเอ็มให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต และการสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกให้แก่พรัพยากรบุคคลอันเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด” นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าว “เพื่อให้เด็กไทยเกิดความรักและความสนใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็ก การสอนและการสอดแทรกเนื้อหาตลอดจนกิจกรรมที่เน้นการสร้างแรงบันดาลใจจะส่งเสริมพัฒนาการของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการ Thai Teachers TryScience เปิดโอกาสให้ครูไทยได้การเข้าถึงสื่อการสอนที่ครบครัน รวมถึงการต่อยอดความเชี่ยวชาญจากครูท่านอื่นทั่วโลก”

Teachers TryScience เป็นเว็บไซต์ที่ไอบีเอ็มร่วมออกแบบกับสถาบัน NEW YORK HALL OF SCIENCE และหน่วยงานชั้นนำด้านการเรียนการสอนในอเมริกา ประกอบด้วยทรัพยากรการสอนดิจิทัลด้านสะเต็มที่ครบครัน ได้แก่ บทเรียน 471 เรื่อง กลยุทธ์การสอน 73 แนวทาง ใน 13 ภาษา โดยเนื้อหาของบทเรียนนั้นจะเน้นการเตรียมความพร้อมของนักเรียนสู่การทำงานในศตวรรษที่ 21 พร้อมทั้งสร้างทักษะที่จำเป็นเช่น ทักษะในการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสร้างสรรค์ ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการสื่อสาร ทักษะในการใช้เครื่องไม้เครื่องมือสื่อสารสนเทศ นอกจากนั้นภายในเว็บไซต์ยังมีเครื่องมือโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อให้ครูสร้างความร่วมมือในชุมชนออนไลน์และเปิดโอกาสให้คุณครูได้ปรึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนกับครูท่านอื่นๆทั่วโลก

ในการเปิดโครงการ Thai Teachers TryScience ในประเทศไทยนี้ ไอบีเอ็มร่วมมือกับสถาบันคีนันแห่งเอเซีย และสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการคัดเลือกและประยุกต์บทเรียนจำนวน 4 หน่วยการเรียนรู้จากเว็บไซต์ Teachers TryScience ให้เข้ากับบริบทของการเรียนการสอนในประเทศไทย ตลอดจนนำมาอบรมอย่างเจาะลึกให้กับครูต้นแบบ เพื่อให้ครูต้นแบบได้นำบทเรียนไปอบรมต่อให้กับคุณครูกว่า 200 คนในโรงเรียนขนาดกลางในจังหวัดกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ซึ่งจะมีการขยายผลต่อโดยเพิ่มหลักสูตรและการเพิ่มพื้นที่การครอบคลุมจำนวนครูในปีหน้า

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานสถาบันคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า “สถาบันคีนันแห่งเอเซียรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากไอบีเอ็มให้เป็นผู้นำบทเรียนทีทีเอสของไอบีเอ็มจำนวนสี่บทเรียนมาจัดการอบรมให้แก่ครูแกนนำ 15 คน เพื่อให้ครูแกนนำ 15 คนเหล่านั้นนำชุดหน่วยการเรียนรู้ทางด้านฟิสิกส์และเคมี จำนวน 4 หน่วยนี้ไปสอนต่อให้แก่ครูจำนวน 200 คน จากโรงเรียนขนาดกลางในเขตกรุงเทพและสมุทรปราการ จนถึงปัจจุบัน โครงการได้จัดอบรมให้แก่ครูแกนนำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ครูแกนนำทั้ง 15 คนที่ได้รับการอบรมแบบเข้มข้นไปแล้ว ก็มีความพร้อมแล้วที่จะดำเนินการอบรมให้แก่ครูทั้ง 200 คน ให้สามารถนำกลวิธีการสอน และบทเรียนไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนของตนต่อไป”

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และรักษาการผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “บทบาทสำคัญของสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล คือการนำหน่วยการเรียนรู้ทางด้านฟิสิกส์และเคมี จำนวน 4 หน่วยการเรียนรู้จากเว็บไซต์ Teachers TryScience มาแปลและนำมาปรับให้เข้ากับบริบทของไทย ซึ่งการปรับให้เข้ากับบริบทของแต่ละท้องถิ่นที่จะนำบทเรียนไปใช้นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากเรานำบทเรียนซึ่งออกแบบจากทางสหรัฐอเมริกามาใช้โดยไม่มีการประยุกต์ให้เข้ากับบริบทในเมืองไทย บทเรียนดังกล่าวก็จะไม่มีความสมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ครูสามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ที่เด็กได้เรียนจากบทเรียนและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเขาได้ ซี่งอันนี้เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเด็กเรียนแล้ว ไม่รู้ว่าจะนำมาใช้กับชีวิตเขาได้อย่างไร ก็จะเปล่าประโยชน์”
นอกจากนี้ โครงการยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการช่วยประสานให้นำหน่วยการเรียนรู้ดังกล่าวไปอบรมให้แก่ครูภายใต้สังกัดของสพฐ. ทั้งหมด 6 โรงเรียนในกรุงเทพ และสมุทรปราการ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ 4 บทเรียนนำร่อง
กิจกรรมสร้างแขนกลหุ่นยนต์ด้วยตัวเอง (Build Your Own Robot Arm) – ออกแบบและสร้างแขนหุ่นยนต์ บทเรียนเน้นการปลูกฝังการใช้และการประดิษฐ์หุ่นยนต์มีผลต่อการผลิตต่าง ๆ ในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อเราได้เห็นหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในฐานะผู้ช่วยของมนุษย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น บทเรียนนี้เด็กๆ จะได้เชื่อมโยงความรู้กับเรื่อง แรง พลังงาน เครื่องกล และการเคลื่อนที่ที่อยู่ในแบบเรียนมัธยม ส่วนครูจะพบกับทรัพยากรการสอนมากมายที่จะกระตุ้นและขยายขอบเขตการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น เอกสารเรื่อง “มนุษย์กับหุ่นยนต์” ซึ่งเป็นข้อมูลสรุปจากสื่อการเรียนของนาซ่า อธิบายลักษณะของหุ่นยนต์บนสถานีอวกาศนานาชาติ วีดีโอเรื่องการสร้างแขนกลหุ่นยนต์ และ Presentation ที่พร้อมนำไปใช้ได้เลย

รถพลังงานแสงอาทิตย์ ( Racing with the sun) – สร้างรถพลังงานแสงอาทิตย์ โดยคุณครูจะให้นักเรียนคิดว่าอะไรบ้างที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของรถและที่สำคัญที่สุดคือจะทำให้รถวิ่งได้อย่างไร บทเรียนนี้สอนให้นักเรียนเข้าใจเรื่องของพลังงานทางเลือก ด้วยความท้าทายที่ว่าโลกของเราต้องมองหาพลังงานทดแทน ประเทศไทยเองก็เช่นกัน ด้วยต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่สูงและแหล่งพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด พลังงานสงอาทิตย์ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีของบ้านเรา รวมถึงระหว่างที่นักเรียนอภิปรายเรื่องความแตกต่างของเซลล์แสงอาทิตย์และแบตเตอร์รี่ในการสร้างรถนั้นสามารถนาไปสู่หลักการของกฎการอนุรักษณ์พลังงานอีกด้วย

กิจกรรมยิงเป้าหมาย (Hit the Target) – ออกแบบและสร้างเครื่องยิงปิงปอง บทเรียนนี้เน้นการตอบโจทย์ความสำคัญของการขนส่ง (เช่น เครื่องช่วยส่งยา หรืออาหารข้ามฟาก) ซึ่งกิจกรรมจะเสริมสร้างการเรียนรู้และการจดจำเรื่องการเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล์หรือการเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นแนวโค้ง: ในกรณีที่วัตถุเคลื่อนที่อย่างเสรีด้วยแรงโน้มถ่วงคงที่ และ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งนักเรียนบรรจุอยู่ในเรียนวิทยาศาสตร์ไทยมัธยมต้น

เราเป็นในสิ่งที่เราดื่ม ( You are what you drink) – ที่ให้เด็กออกแบบและสร้างชิ้นงานที่กรองน้ำ ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าโลกของเรามีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนน้ำสะอาด และในหลายๆสถานการณ์ที่ประเทศไทยก็ต้องประสบกับภาวะนี้เช่นกัน เช่นภัยแล้งหรือน้ำท่วม ด้วยปัญหาดังกล่าว บทเรียนนี้กระตุ้นให้นักเรียนมีทักษะในการตั้งสมมุติฐานและทักษะในการประยุกต์ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อทดสอบว่าวัสดุอะไรทำหน้าที่กรองอนุภาคหรือสิ่งปฏิกูลชนิดใดได้ดีที่สุด พร้อมชี้ให้นักเรียนเห็นว่านี่คือขั้นตอนที่วิศกรปฏิบัติจริงในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

หมวดหมู่ข่าวทั้งหมด

ข่าวที่ผ่านมาใน12 เดือน